สวัสดีค่ะ ชื่อ "แบม" เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการ YES#25 มาแลกเปลี่ยน ณ ประเทศเยอรมัน อยู่เยอรมันตะวันตก รัฐ North rhine Westphalia ใกล้ๆ เมือง Cologne (koeln) เหตุผลที่มาเยอรมันเพราะคุณพ่อชอบในนิสัยของคนเยอรมันที่สะอาด ตรงต่อเวลา มีระเบียบ มีวินัย ส่วนแบมอยากได้ภาษาที่ 3 อยู่แล้วเลยไปที่ไหนก็ได้ อีกอย่างแบมยังไม่รู้ว่า ม.6 แบมอยากเรียนต่อสายหรือคณะอะไร ก็เลยถือว่ามาพักผ่อนแบบให้ได้ภาษา ประสบการณ์และค้นหาตัวเองภายในตัว แบมเรียนที่สตรีวิทยา 2 สายวิทย์-คณิต ที่โรงเรียนแบมไม่มีสายศิลป์-เยอรมัน ทำให้ตอนมาแบมไม่มีความรู้ภาษาเกี่ยวกับเยอรมันเลย พูดได้แค่ประโยคง่ายๆ สวัสดีค่ะ ใช่ ไม่ใช่ ขอบคุณและก็ขอโทษ เพื่อนๆ ที่มาส่งในสนามบินที่เรียนศิลป์-เยอรมันที่เตรียมอุดม ก็บอกว่าถ้าไม่เข้าใจให้บอกประโยคเดียว Ich weiss nicht. ( I dont know)
แบมอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า Dueren เป็นเมืองที่คนตุรกีอาศัยอยู่เยอะ อากาศในเมืองจะชื้นๆ ตลอดเวลา ทุกคนในเมืองนี้มักพกทิชชู่ บางครั้งอากาศไม่หนาวแต่ก็ทำให้มีน้ำมูกไหลออกมาได้ อากาศโดยประมาณทุกวันประมาณ 7-15 องศา ช่วงที่แบมมาแรกๆ รู้สึกหนาวทุกวัน แต่พอหน้าหนาวที่เพิ่งผ่านไปเจอ -10 องศา และพออากาศกลับมาเป็นปกติประมาณ 7 องศา แบมไม่รู้สึกหนาวอีกเลย เหมือนเราผ่านช่วงที่หนาวสุดๆ มาแล้ว ส่วนหมู่บ้านที่แบมอยู่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ชื่อว่า Soller เป็นหมู่บ้านที่ไม่มีรถไฟผ่าน นั่งเข้าเมืองหรือไปโรงเรียนประมาณ 20 นาที หลังจาก 1 ทุ่มจะไม่มีรถเข้าบ้านเลย ส่วนใกล้ๆ บ้าน เป็นเหมือนเป็นพื้นที่อนุรักษ์ป่า มีกวาง กระต่ายเยอะมาก ในหมู่บ้านที่แบมอยู่มีพี่คนไทยอยู่ด้วยคนนึง ตอนที่มาแบมมาแรกๆ ยังไม่ได้ภาษาก็ได้พี่เขาช่วยไว้ด้วย แล้วพี่เขาก็ใจดีมาก ชอบทำอาหารไทยให้แบมทานค่ะ
ครอบครัวเยอรมันของแบมที่นี่เป็นครอบครัวใหญ่(มาก) โดยมีลูกทั้งหมด 5 คนจากพ่อแม่เดียวกันหมด ได้แก่ Marie (19), Micheal (18), Maleen (17), Melina (15), และ Mona (14) เป็นผู้หญิง 4 คน ผู้ชาย 1 คน พอแบมมาอยู่ที่นี่แบมก็เลยได้ชื่อเยอรมันจากครอบครัว คือ Mia (มียา อย่าอ่านเมียนะคะ TT) ส่วนห้องนอนได้นอนในห้องส่วนตัวค่ะ โชคดีที่พี่สาวคนโตแลกเปลี่ยนที่โคลัมเบียก็เลยได้ไปอยู่ในห้องเขา ช่วงแรกๆ กังวลปัญหาเรื่องที่จะทะเลาะกับโฮสท์พี่และโฮสท์น้อง แต่ทุกคนในครอบครัวดีกับแบมมากๆ
เริ่มแรกที่มา ภาษาไม่ได้เลย แต่โฮสท์น้องกับโฮสท์แม่ก็สอนพูดภาษาเยอรมันแล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ฟัง นอกจากนี้แบมก็เรียนภาษาเยอรมันในยูทูบเองคะ ตอนนี้ก็ผ่านไปเป็นเวลา 5-6 เดือนแล้ว ภาษาแบมก็พูดได้แล้ว เป็นอะไรที่น่าแปลกใจมาก เมื่อเราตื่นมาแล้วค้นพบว่าตัวเองสามารถฟังเข้าใจแล้ว ดังนั้นอย่ากลัวนะคะ ไม่ว่าเราจะไปอยู่ที่ไหน ภาษายากขนาดไหน ถ้าเราตั้งใจประกอบกับสัญชาตญาณการเอาตัวรอดยังไงก็ได้ค่ะ
ส่วนเพื่อนที่นี่ส่วนมากก็จะเป็นเพื่อนของโฮสท์พี่สาวกับโฮสท์น้องสาวมากกว่าค่ะ เวลาไปไหนแบมก็จะไปกับ Maleen เพราะอายุเท่ากันและคุยกันรู้เรื่องมากที่สุด ตอนที่แบมเจอ Maleen ครั้งแรก Maleen เจาะปาก ทาตาดำๆ ดูดบุหรี่ บอกได้คำเดียวว่ากลัวมากค่ะ แต่หลังจากได้คุยจริงๆ แล้ว Maleen เป็นผู้หญิงที่น่ารักและใจดี ดังนั้นอย่ามองคนจากภายนอกนะ
และด้วยความที่ว่า Maleen เป็นคนที่ดูดบุหรี่ กินเบียร์ตามประสาเด็กเยอรมัน ตอนที่เจอแบมครั้งแรก Maleen ก็ชวนแบมดูดบุหรี่แล้ว แต่แบมยืนยัน หนักแน่นและมั่นใจว่าแบมไม่ดูดบุหรี่และกินแอลกอฮอล์ทุกชนิด Maleen ก็ไม่ว่าค่ะ Maleen บอกว่าเขารู้ว่าพวกนี้มันไม่ดี แต่เขาก็ไม่ทำไม่ได้ หรือบางครั้งแบมไปเที่ยวกับเพื่อนๆ Maleen เพื่อนๆ Maleen ก็ชวนดูดบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ พอบอกว่าไม่ เขาก็ไม่ว่าและชื่นชมที่เราเป็นเด็กดี เพราะฉะนั้นการไปปาร์ตี้นั้น เราต้องกล้าที่จะปฏิเสธเซย์โนอย่างเดียว เพื่อความปลอดภัยและมีสติด้วยนะคะ อย่ากลัวว่าถ้าเราไม่ทำตามแล้วเพื่อนจะไม่คบ ถึงแม้ว่าเราจะมาในฐานะเด็กแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เราไม่จำเป็นต้องรับวัฒนธรรมทั้งหมดมาใช้ ควรเลือกว่าวัฒนธรรมไหนที่สามารถเข้าได้กับสังคมไทย
ส่วนโรงเรียนนั้น แบมได้เรียนในโรงเรียนรัฐบาลของที่นี่ ชื่อโรงเรียนว่า Rutha Gymnasium ใน Grade10 (ม.4) วิชาที่ได้เรียนในโรงเรียนทางโรงเรียนเป็นคนเลือกให้ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา การเมืองเยอรมัน ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส ปรัชญากรีซ ศิลปะ พละ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน ภาษาอิตาลี ทุกวิชาต้องเดินเรียนไม่มีห้องประจำ บางทีเปลี่ยนห้องกะทันหันทำให้หาห้องไม่ถูกก็มีค่ะ ถือว่าเป็นโชคดีของแบมมากที่ได้เรียนภาษาอิตาลี เพราะที่โรงเรียนเขาเริ่มสอนตั้งแต่แรก ทำให้พอฟังหรือพูดอิตาลีได้นิดหน่อย ส่วนภาษาอังกฤษก็แอบได้มากขึ้นด้วยค่ะ
ส่วนโรงเรียนนั้น แบมได้เรียนในโรงเรียนรัฐบาลของที่นี่ ชื่อโรงเรียนว่า Rutha Gymnasium ใน Grade10 (ม.4) วิชาที่ได้เรียนในโรงเรียนทางโรงเรียนเป็นคนเลือกให้ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา การเมืองเยอรมัน ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส ปรัชญากรีซ ศิลปะ พละ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน ภาษาอิตาลี ทุกวิชาต้องเดินเรียนไม่มีห้องประจำ บางทีเปลี่ยนห้องกะทันหันทำให้หาห้องไม่ถูกก็มีค่ะ ถือว่าเป็นโชคดีของแบมมากที่ได้เรียนภาษาอิตาลี เพราะที่โรงเรียนเขาเริ่มสอนตั้งแต่แรก ทำให้พอฟังหรือพูดอิตาลีได้นิดหน่อย ส่วนภาษาอังกฤษก็แอบได้มากขึ้นด้วยค่ะ
เรื่องเพื่อนที่โรงเรียน ตอนแรกแบมก็กังวลเหมือนกันนะคะว่าจะไม่มีเพื่อน แต่หลังจากผ่านไปสัก 2 อาทิตย์ก็ได้กลุ่มเพื่อนที่เป็นเด็กเรียนมากๆ ช่วงแรกที่ยังไม่ได้ภาษาก็ได้เพื่อนกลุ่มนี้คอยสอน คอยบอกการบ้านเป็นภาษาอังกฤษให้ทำ เพื่อนที่เยอรมันชอบให้แบมเขียนชื่อตัวเองเป็นภาษาไทยให้ เขาบอกตัวอักษรภาษาไทยเท่ห์เหมือนมีมนต์ขลัง คำถามยอดฮิตที่จะโดนถามบ่อยก็คือ คนไทยกินสุนัขไหม? กินแมลงสาปหรือเปล่า? ประเทศไทยเหมือนในหนัง Hangover2 ไหม?แบมก็ตอบไปแบบให้ประเทศไทยเป็นด้านบวก ^^
เรื่องที่แบมชอบในเยอรมันคือ นิสัยของคนเยอรมันที่เป็นคนตรงไปตรงมา มีครั้งหนึ่งโฮสท์น้องคนสุดท้องของแบม (Mona) ขอเข้าไปเอาหยิบหนังสืออ่านที่ห้อง แต่น้องเขาไปทำตลับแป้งแบมตก แล้วเปิดดูแล้วมันแตก น้องเขาลงมาขอโทษและทำหน้าเสียใจบอกว่าจะซื้อให้ใหม่ แต่ที่จริงคือแป้งตลับนั้นมันพังอยู่แล้ว เวลาคนเยอรมันทำผิดอะไรเขาก็จะยอมรับในความผิดของเขา และจะพยายามแก้ไขสิ่งที่เขาทำผิดไป นิสัยที่สำคัญมากของคนเยอรมันคือทำอะไรตรงต่อเวลามาก เวลาไปเที่ยวเขาจะวางแผนทำตารางและไปเที่ยวตามตารางที่วางเอาไว้ บางครั้งแบมไปโรงเรียนหรือไปเที่ยว ก็จะดูเวลาบัสหรือรถไฟตามเวลา น้อยมากที่รถไฟหรือรถบัสจะมาช้า
ส่วนเรื่องที่แบมไม่ชอบในเยอรมันก็คงเป็นเรื่องวัฒนธรรมบางอย่าง อาจเรียกได้ว่าแบมแอบเจอ Culture Shock เวลาไปโรงเรียนแล้วเห็นเด็กๆ จูบกันแล้วรู้สึกจั๊กจี้ แปลกๆ แบบไม่ชินยังไงก็ไม่รู้ แต่ทุกคนที่อยู่รอบๆ เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เรื่องที่แบมไม่ชอบอีกเรื่องนึงคือเวลาคนเยอรมันคบเพื่อน เขาจะคบกันแบบเผินๆ ไปปาร์ตี้คุยกันสนุกสนาน แต่จบจากปาร์ตี้ก็เหมือนกับคนที่ไม่รู้จักกันเลย
และสุดท้าย เรื่องที่แบมประทับใจมากที่สุดก็คือวันเกิดแบม ทุกคนในบ้านเซอร์ไพรส์แบมด้วยการนัดเพื่อนที่โรงเรียนมาวันเกิดแบม แล้วจัดงานวันเกิดให้ค่ะ คือแบมคิดว่าเพื่อนแบมคงไม่มีใครมาได้เพราะวันเกิดแบมตรงกับวันหยุด (2 มกราคม) แต่เพื่อนก็มากันประมาณ 30 คน แล้วก็มีโฮสท์ตากับยายมาวันเกิดด้วยค่ะ ส่วนของขวัญวันเกิดที่ชอบมากที่สุดคงเป็นกระสอบทรายจากโฮสท์พ่อ 555 โฮสท์พ่อทราบว่าคนไทยต่อยมวยเป็น (แต่ไม่ใช่ทุกคน) เลยซื้อกระสอบทรายมาให้เลยทำให้แบมต้องฝึกต่อยมวย
อ้างอิง : Dek-D




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น