วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

พี่แพรในเกาหลี(ปูซาน)

 “แพร” ณิชา วงศ์หล่อ ก็ได้รับประสบการณ์ต่างๆกลับมามากมาย จากการเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยน ในโครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยปูซาน ภาษาและกิจการต่างประเทศ สาธารณรัฐเกาหลี
      
       1 ปีที่ผ่านมานั้น นิสิตจากรั้ว มศว คนนี้ ได้เก็บเกี่ยวมุมมองสังคมคนเกาหลี การใช้ชีวิตของนักศึกษาไทยในต่างแดน เคล็ดลับการเรียน มาเล่าสู่กันฟัง ผ่าน Life o­n Campus
      
       นักศึกษาไทย ในปูซาน
       แพรเล่าถึงเมืองที่ไปอยู่อย่างปูซานว่า “การใช้ชีวิตที่ประเทศเกาหลีในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แพรได้รับประสบการณ์จากวัฒนธรรมของคนเกาหลีมากมาย เมืองที่แพรไปเรียน คือ ปูซาน ซึ่งเป็นเมืองสำคัญอันดับ 2ของประเทศเกาหลี รองจากโซล แม้ความเจริญอาจจะไม่เท่าที่โซล แต่ไม่ได้ล้าหลัง ถือว่าค่อนข้างเจริญ ปูซานเป็นเมืองที่อยู่ติดทะเล ดังนั้นอากาศจึงค่อนข้างดีตลอดปี ปกติแล้วในหน้าหนาวปูซานไม่ค่อยมีหิมะตก เพื่อนๆเกาหลีที่นี่บอกว่า อาจจะตกนานๆที แต่ช่วงที่แพรไปปีที่ผ่านมา หิมะตกถึง2ครั้ง ถือว่าแปลกและโชคดีมากค่ะ”
      
       ด้านวัฒนธรรมของคนเมืองปูซานนั้น แพรบอกว่า “นิสัยทั่วไปของคนปูซาน ถือว่าใจดีมีน้ำใจ ต่างจากคนโซลนิดหน่อย เพราะกรุงโซลเป็นสังคมเมือง ผู้คนดูเร่งรีบตลอดเวลา ไม่ค่อยสนใจคนรอบข้างเท่าไร แต่ที่ปูซานจะเป็นเมืองเงียบๆ รถไม่ค่อยมี คนก็เลยดูไม่ค่อยรีบร้อน ใช้ชีวิตเรียบง่ายรู้สึกเป็นกันเอง”
       คนเกาหลีกินเหล้าเก่ง
       สำหรับเรื่องเด่นๆที่แพรมองว่าค่อนข้างแตกต่างจากคนไทย คือ วัฒนธรรมเรื่องการกินเหล้า “คนเกาหลีดื่มเหล้าเก่งมากค่ะ มีอะไรนิดหน่อยก็ชวนไปกินเหล้ากัน เหล้าที่เรียกว่า “โซจู” เป็นคล้ายๆเหล้าขาวบ้านเรา ใช้แก้วเป๊กเล็กๆ กินเพียวๆเลย กลิ่นคล้ายยาทาเล็บ แต่รสชาติดี ลื่นคอ ไม่ค่อยขมเท่าไร แล้วเวลาที่กินส่วนใหญ่แล้วจะไม่จบที่ร้านเดียวนะคะ แต่จะมีต่อร้านที่ 2 ร้านที่ 3 ต่อไปจนถึงเช้าก็มี แล้วแต่ความสามารถ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของคนที่นี่ แต่ที่น่าแปลกใจ คือ ถึงแม้คนเกาหลีจะกินเหล้ามากแค่ไหน เมาแค่ไหน หรือกินจนดึกขนาดไหน เช้าวันต่อมาจะมาเรียนหรือมาทำงานได้ตามปกติ โดยที่ไม่มีอาการเมาค้าง ทำตัวเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สุดยอดมากค่ะ แพรไปแรกๆก็ประหลาดใจ แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว เพราะคนเกาหลีเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง และมีระเบียบมาก เขาจะไม่ยอมเสียการเรียน หรือเสียการเสียงานกับเรื่องนี้เด็ดขาด”
      
       รับน้อง(ไม่)ปลอดเหล้า
       เมืองไทยของเรา มีการรณรงค์รับน้องปลอดเหล้า แต่สังคมแดนโสมกลับไม่เป็นอย่างนั้น เรื่องนี้แพรเปิดเผยให้ฟังว่า “ช่วงที่มีการรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัย (ที่นี่เรียกว่า “MT”) แต่ละเอกจะจัด MT ขึ้น ส่วนใหญ่จะไปต่างจังหวัด ซึ่งการไป MT ของที่นี่ คือ การไปกินเหล้า(โซจู)อย่างเดียวเท่านั้นจริงๆ ไม่ได้มีกิจกรรมรับน้องแบบบ้านเราที่มีการเล่นเกม มีสันทนาการ ตอนแรกแพรก็สงสัยว่าทำไมอาจารย์หรือทางมหาวิทยาลัยเขาไม่ว่าบ้างเลยหรอ ทำไมยอมปล่อยให้ไปกินเหล้าแล้วยิ่งในวัยเรียนด้วย เพราะถ้าเมืองไทยนั้นจะไม่ยอมรับ และมองว่าการกินเหล้าเป็นสิ่งไม่ดี ยิ่งกินที่มหาวิทยาลัยอีก ยิ่งดูผิดไปใหญ่ แต่ที่เกาหลีเขาไม่ได้คิดว่าการกินเหล้าเป็นสิ่งที่ไม่ดีค่ะ คนเกาหลีกินเหล้าเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก ขึ้นมัธยมก็กินกันหมดแล้ว”
      
       สาเหตุที่คนเกาหลีชอบกินเหล้ากันมากนั้น แพรอธิบายถึงเหตุผลว่า “เขาคิดว่าตอนที่คนเราดื่มเหล้าแล้วนั้นเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง ประมาณนี้ ทำให้รู้สึกมีความกล้ามากกว่าตอนปกติ รู้สึกผ่อนคลาย และจะทำให้สนิทสนมกันเร็วขึ้น อย่างเวลาเราเจอเพื่อนใหม่ ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน อาจจะเขินไม่รู้จะคุยอะไรดี แต่พอเหล้าเข้าปากปุ๊ป ช่องว่างเหล่านั้นจะหายไป ทำให้รู้สึกกล้าพูดกันมากขึ้น ไม่เขิน และไม่รู้อึดอัด มีอะไรก็พูดกันตรงๆได้เลย ซึ่งแพรได้ไปกินเหล้ากับเพื่อนเกาหลีบ้าง ก็คิดว่ามันจริงนะ หรือเพราะไม่ค่อยมีสติแล้วก็ไม่ทราบค่ะ แพรคิดว่าทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยอาย กล้าคุย และสนิทกันได้เร็วจริงๆ เพื่อนเกาหลีบอกว่าในสังคมเกาหลีถ้าอยากจะอยู่ในสังคมได้ต้องดื่มเป็น เวลามีคนชวนก็ไม่ควรปฏิเสธ เพราะถือเป็นเรื่องค่อนข้างเสียมารยาท ถึงแม้เราเป็นคนดื่มน้อย หรือไม่ชอบดื่มก็ควรจะไป ต้องรู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อย่างเมื่อไปถึงแล้วอาจต้องพยายามหาเทคนิค ต้องหาวิธีเอาตัวรอดเองให้ได้ ซึ่งนี่ถือเป็นอีกวัฒนธรรมที่ได้รับมาจากเกาหลีค่ะ”
       ความขยันของคนเกาหลี
       วัฒนธรรมที่โดดเด่นอีกด้านของคนเกาหลี คือ ความขยันเรียน “คนเกาหลีเป็นคนที่ขยันมาก ยิ่งช่วงเวลาใกล้สอบ ทุกคนจะต้องไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ขอเน้นว่าแทบทุกคนจริงๆค่ะ อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่ใช่แค่เท่านี้ เขามาอ่านกันแบบทั้งวันทั้งคืน ตี1 ตี2 ก็ยังไม่กลับบ้าน มากินนอนเลยก็มี เพราะห้องสมุดของมหาวิทยาลัยจะเปิดทั้งวัน แต่ไม่ใช่ว่าใครจะไปนั่งตรงไหนก็ได้ หรือนานเท่าไรก็ได้นะคะ เพราะต้องมีการจองที่นั่งด้วย โดยบริเวณหน้าห้องสมุด มีเครื่องสำหรับจองที่นั่งอ่านหนังสือ เราต้องเอาบัตรนักศึกษาไปสแกนและเลือกที่นั่งกับเครื่องนี้ ซึ่งทุกที่นั่งจะอยู่ได้แค่ 2 ชั่วโมง ถ้าจะนั่งต่อต้องออกไปสแกนบัตรต่อเวลาทุกๆ 2 ชั่วโมง หากลืมไปสแกน เมื่อหมดเวลาจะมีคนเดินเข้ามาต่อที่นั่งเราทันที และเราก็ต้องลุกให้เขานั่ง”
      
       “ช่วงแรกแพรตกใจมาก เพราะไม่คิดว่าคนเกาหลีจะขยันเรียน ขยันอ่านหนังสือกันได้มากขนาดนี้ และเมื่อเราไปอยู่ที่นั่น จึงต้องทำตาม พอทำไปแล้วก็คิดว่ามันเป็นบรรยากาศที่หาไม่ได้ที่เมืองไทยจริงๆ แพรเคยลองลุกขึ้นยืนมอง พบว่ามีคนเยอะมาก คนเป็นร้อยๆมานั่งเรียงๆกัน แทบไม่มีที่ว่าง แล้วไม่ได้มีแค่ชั้นเดียวค่ะ มีหลายชั้นด้วย ซึ่งก็นับเป็นความรู้สึกประทับใจคนเกาหลีในเรื่องนี้ เพราะบางคนแม้ท่าทางจะไม่เรียนหนังสือ ออกแนวซ่าๆ แต่พอถึงเวลาสอบจริงๆ เขาจะตั้งใจ รับผิดชอบสิ่งที่ต้องทำ และส่วนใหญ่เขาก็ทำได้ดีกันทุกคน อาจเป็นเพราะสังคมที่เกาหลีมีการแข่งขันสูงมากก็ได้ นี่ก็เป็นข้อดี ถ้าคนไทยเป็นแบบนี้ได้บ้าง คนไทยคงมีคุณภาพกันมากขึ้นค่ะ”
       ไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นเกาหลี
       เมื่อถามถึงการใช้ชีวิตของวัยรุ่น ระหว่างเกาหลี กับวัยรุ่นไทย เป็นอย่างไรบ้าง ในมุมมองของสาวไทยอย่างแพร มองว่า “คล้ายๆกับวัยรุ่นไทยค่ะ เวลาว่างก็จะไปเที่ยว ไปเดินเล่น ร้องคาราโอเกะ ช้อปปิ้ง ส่วนคนที่เป็นแฟนกัน ส่วนใหญ่จะนิยมใส่เสื้อคู่ มีลายเหมือนกัน หรือไม่ก็ใส่แหวนคู่ รองเท้าคู่ กระเป๋าคู่ อะไรๆก็ต้องเป็นคู่ ดูแล้วก็น่ารักดีค่ะ ส่วนเรื่องแฟชั่นการแต่งตัว ทรงผม ไม่ต้องพูดถึง เพราะแต่งกันสุดๆ สไตล์ที่เราเห็นได้ตามทีวี เหมือนกับที่ดารานักร้องใส่กันเลยค่ะ ทรงผมก็ทำเหมือนๆกัน ช่วงนั้นดาราฮิตทรงไหน ทรงนั้นก็จะฮิตไปด้วย ยอมรับว่าคนเกาหลีแต่งตัวเก่งกันจริงๆ mix & match ได้เข้าและดูดี เป็นสีสันไปอีกแบบ”
      
       “แต่อีกเรื่องที่ต่างจากเมืองไทย คือ วัยรุ่นเกาหลีสูบบุหรี่จัดมากๆค่ะ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ชายนั้นแทบจะสูบตลอดเวลา ก่อนเข้าเรียนก็สูบ หลังเลิกเรียนก็สูบ ก่อน-หลัง กินข้าวก็ยังสูบ ส่วนผู้หญิงนั้น ปัจจุบันสังคมเกาหลีไม่ได้ถึงขนาดยอมรับว่า ผู้หญิงสูบบุหรี่เป็นเรื่องธรรมดา และผู้ใหญ่บางคนยังมองเป็นเรื่องที่ไม่ควร ผู้หญิงเกาหลีจึงต้องแอบสูบ โดยเฉพาะในห้องน้ำหญิง เวลาเข้าไปห้องน้ำจะมีแต่กลิ่นบุหรี่ เพราะส่วนใหญ่ต้องเข้ามาแอบสูบในนี้ กลัวออกไปสูบข้างนอกแล้วจะดูไม่ดีค่ะ”





อ้างอิง : eduzones.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น