สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวก่อนเลยละกัน ชื่อ "เฌอแตม" เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการ AFS ระยะหนึ่งปี รุ่นที่ 50 ประเทศออสเตรียค่ะ
ต้องออกตัวก่อนเลยว่า "ประเทศออสเตรีย" ไม่ใช่ออสเตรเลีย และไม่มีจิงโจ้นะคะ! เพราะหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าออสเตรียและออสเตรเลียคือประเทศเดียวกัน "ประเทศออสเตรีย" หรือชื่อเต็มคือ สาธารณรัฐออสเตรีย (เยอรมัน : Österreich) เป็นที่รู้จักกันในฐานะบ้านเกิดของโมสาร์ท นักดนตรีคลาสสิกชื่อดัง มีประชากรประมาณ 8 ล้านคน ตั้งอยู่ในยุโรปกลาง เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ได้รับการขนานนามให้เป็น "ดินแดนแห่งขุนเขา" เพราะสภาพภูมิประเทศมีลักษณะเป็นภูเขาและเนินเขา แม่น้ำสายหลักคือแม่น้ำดานูบ เมืองหลวงคือเวียนนา และภาษาที่ใช้คือภาษาเยอรมัน |
การเดินทางในประเทศออสเตรียถือว่าสะดวก เพราะมีทั้งรถบัส รถราง รถไฟ การบริการและคุณภาพก็น่าประทับใจค่ะ แถมยังสามารถนั่งรถไฟข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย ส่วนอาหารประจำชาติของออสเตรียคือ Wiener Schnitzel ส่วนของหวานที่ขึ้นชื่อคือ Sacher Torte
โฮสท์แฟมิลี่มีสมาชิก 4 คนคือ คุณพ่อ คุณแม่ และน้องชายที่น่ารักอีกสองคน ช่วงแรกก็รู้สึกแปลกๆ แต่พออยู่กันไปสักพักทุกอย่างก็ดีขึ้น โฮสท์น่ารักมากๆ ดูแลเอาใจใส่แตมเหมือนเป็นลูกสาวของเค้าจริงๆ เลยค่ะ ส่วนน้องชายก็ชวนคุยตลอด ทำให้แตมรู้สึกผ่อนคลายและปรับตัวง่ายขึ้น น้องชายสองคนกลัวว่าจะสื่อสารกับแตมไม่รู้เรื่อง เพราะตอนนั้นแตมก็ยังพูดภาษาเยอรมันไม่ค่อยจะได้ น้องก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เค้าเลยเขียนศัพท์ภาษาเยอรมัน แล้วก็วาดรูปคำแปลมาให้ค่ะ
เมืองที่ได้ไปอยู่ชื่อ Feldbach อยู่ในรัฐสติเรีย(เยอรมัน : Steiermark) รัฐที่ได้ฉายาว่าหัวใจสีเขียว (Grüne Herz Österreichs) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ใกล้กับสโลวีเนียและฮังการี ห่างจากกราซ(Graz) เมืองหลวงของรัฐประมาณหนึ่งชั่วโมง เป็นเมืองที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่ถ้าถามถึงความสะดวกสบาย บอกได้เลยว่ามีครบทุกอย่างค่ะ ก่อนโรงเรียนจะเปิดหนึ่งอาทิตย์ พ่อก็พาแตมกับน้องไปเที่ยวทุกวัน ส่วนแม่ก็พาไปทำความรู้จักกับเพื่อนบ้าน เพื่อนที่ทำงานและนายกเทศมนตรีของเมือง... เพราะว่าเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่ ดังนั้นเวลาเดินไปไหนก็มีแต่คนทัก ส่วนคนที่ไม่รู้จักกัน เวลาเดินสวนกันก็จะยิ้มทักทายกันเสมอ ทุกคนเป็นมิตรมากๆ ค่ะ
ครอบครัวของแตมเป็นครอบครัวที่รักเสียงดนตรีและศิลปะ เวลาว่างๆ พ่อกับแม่จะพาแตมไปคอนเสิร์ตและนิทรรศการศิลปะเสมอ ส่วนน้องชายสองคนก็จะมาเล่นกับแตมหลังจากทำการบ้านเสร็จ แตมได้มีโอกาสไปเข้าร่วมชุมนุมการแสดงของเมืองที่น้องเป็นสมาชิกอยู่ และได้มีโอกาสแสดงละครด้วย น้องคนเล็กค่อนข้างติดแตม เค้าชอบมาชวนแตมเล่นเลโก้หรือของเล่นต่างๆ ที่เค้ามี มันก็ทำให้แตมกับน้องสนิทกันเร็วขึ้นและยังเป็นการพัฒนาภาษาที่ดีอีกด้วยค่ะ
ส่วนเรื่องการเรียน โรงเรียนอยู่ในเมืองเดียวกับบ้าน ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที แต่ช่วงหน้าหนาวที่หิมะตก บวกกับอุณหภูมิประมาณ -20 ทำให้ใช้เวลาเดินไปโรงเรียนไม่ถึง10นาที! โรงเรียนที่แตมเข้าเรียนชื่อ BORG Feldbach มีตั้งแต่เกรด 5 - เกรด 8 ระบบการเรียนของที่นี่แบ่งได้เป็น 4 สายการเรียนคือ
1. Musikzweig (ดนตรี)
2. Bildnerischer Zweig (ศิลปะ)
3. Informatik Zweig (คอมพิวเตอร์)
4. Naturwissenschaftlicher Zweig (วิทยาศาสตร์)
ส่วนตัวแตมอยู่ห้อง 6C ซึ่งเป็นแผนการเรียนคอมพิวเตอร์ ส่วนวิชาที่ต้องเรียนจะเหมือนกับการเรียนของสายวิทย์-คณิตของไทย แต่เน้นหนักไปที่วิชาคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีชั่วโมงเรียนมากกว่าวิชาอื่นๆ
ในห้องมีสมาชิกทั้งหมด 16 คน ซึ่งทุกคนน่ารักกับแตมมากๆ วันแรกที่ไปเรียน เพื่อนก็เข้ามาคุยด้วย พาไปเดินดูโรงเรียน ช่วยอธิบายงานและระบบต่างๆ ของโรงเรียน เวลาที่แตมไม่เข้าใจภาษาเยอรมัน เพื่อนก็จะช่วยแปลให้ตลอด แต่พอเวลาผ่านไปสักพัก ภาษาเยอรมันของแตมเริ่มเข้าที่ เราก็คุยกันมากขึ้นและใช้ภาษาท้องถิ่นคุยกันเป็นส่วนใหญ่ ทุกคนสนใจเกี่ยวกับเรื่องของคนไทยและประเทศไทยมากโดยเฉพาะเรื่องของในหลวง รู้สึกภูมิใจในความเป็นไทยมาก แตมสอนเพื่อนพูดไทยและเขียนชื่อภาษาไทยตอนนี้เขียนได้ทุกคนแล้วค่ะ ส่วนคุณครูทุกคนก็ใจดีและเข้าใจว่าแตมเป็นเด็กแลกเปลี่ยน เวลามีปัญหาอะไรก็เต็มใจช่วยเหลือเสมอค่ะ
นอกจากนี้ยังมีวิชาภาษาที่สามซึ่งต้องเลือกเรียนระหว่างภาษาอิตาเลียน ฝรั่งเศส หรือลาตินแตมปรึกษาครูประจำชั้นซึ่งเป็นครูสอนภาษาเยอรมันว่าจะขอไปเรียนภาษาเยอรมันแทนได้มั้ย เค้าก็ช่วยไปเช็คตารางมาให้ แตมเลยได้ไปเรียนภาษาเยอรมันกับเด็กเกรด 5 ทำให้แตมเจอเพื่อนสนิทที่รักมากอีกคน เป็นชาวรัสเซีย ส่วนวิชาคอมพิวเตอร์ที่เป็นวิชาหลัก ในการเรียนทุกคนจะต้องมีคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ซึ่งทำให้ง่ายต่อการเรียนและการทำงาน การเรียนของที่นี่คือการเน้นความเข้าใจและการนำไปใช้จริง สามารถสร้างโปรแกรมที่ใช้งานได้จริง และนำไปพัฒนาต่อได้
อีกเรื่องที่ชอบเกี่ยวกับระบบการศึกษาของที่นี่คือการสอบ เพราะทุกครั้งที่มีการสอบครูประจำวิชาจะมาตกลงกับนักเรียนเพื่อที่จะจัดตารางสอบที่สะดวกและดีที่สุด ซึ่งแต่ละวันจะมีการสอบได้ไม่เกิน 2 วิชา และห้ามมีการสอบหลังเที่ยง โดยครูให้เหตุผลว่า สมองของคนเราจะทำงานได้ดีที่สุดในตอนเช้า เพราะยังไม่ได้มีการใส่เรื่องราวอะไรใหม่ๆ เข้ามามากนัก
และในวันลอยกระทง แตมทำกระทงและพาครอบครัวไปลอยกระทงในเมือง สอนให้รู้จักประเพณีของไทย เค้าตื่นเต้นกันมาก... ส่วนวันคริสต์มาส ที่โรงเรียนจัดงาน และให้เด็กแลกเปลี่ยนหรือนักเรียนต่างชาติออกไปพูดภาษาบ้านเกิดของตัวเองเกี่ยวกับวันคริสต์มาส ตอนนั้นตื่นเต้นมากๆ เพราะว่าต้องออกไปพูดต่อหน้าคนทั้งโรงเรียน แตมพูดภาษาไทย (มีคำแปลภาษาเยอรมันขึ้นจอ) เพื่อนๆ ในโรงเรียนอึ้งกันหมด พอจบงานวันนั้น มีคนเดินเข้ามาพูด “สวัสดี” กับแตมตลอดเลย
สำหรับนิสัยของคนที่นี่ จริงๆ ก่อนที่จะเดินทางมา มีคนมากมายถามว่า คิดดีแล้วหรอที่เลือกประเทศออสเตรีย คนออสเตรียไม่น่าคบ คนออสเตรียเย็นชานะ ประเทศก็เล็กไม่มีอะไรน่าสนใจ... เมื่อได้มาสัมผัสเอง บอกได้เลยว่า ความเชื่อเก่าๆ นั้นลืมไปได้เลย เพราะแม้ว่าประเทศออสเตรียจะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ก็มีเรื่องราวและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่ขึ้นชื่อและสวยงามน่าค้นหาแถมยังได้รับการยืนยันจากยูเนสโกว่าเป็นมรดกโลกอีกต่างหาก ส่วนเรื่องผู้คนบอกได้เลยว่าคนออสเตรียที่แตมเจอมาไม่ใช่คนเย็นชา เพียงแต่เป็นคนขี้อาย แต่เมื่อได้ทำความรู้จักกันแล้ว ถือได้ว่าเป็นคนที่สุภาพ น่ารักและมีน้ำใจมากๆ แตมไม่เคยเจอเรื่องการดูถูกหรือเหยียดผิวเลย มีแต่การให้เกียรติและมิตรภาพที่ได้รับ
หนึ่งปีสำหรับการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศออสเตรีย ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด แม้จะไม่ใช่เวลาที่ยาวนาน แต่เป็นปีที่ชีวิตมีหลากหลายรสชาติ ทุกปัญหาที่เข้ามา สอนให้แตมเรียนรู้ แก้ไข เข้มแข็ง และเติบโตขึ้น แตมได้เรียนรู้อะไรมากมาย ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำและไม่มีโอกาสได้ทำ ได้รู้จักเพื่อนที่แสนดีจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนจากไทยที่คอยอยู่ข้างๆ เสมอ ได้มีครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่นที่เข้าใจและอยู่เคียงข้างแตมมาตลอด ได้ประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว... บอกได้เลยว่าหลงรักประเทศออสเตรียเข้าแล้วเต็มๆ
เครดิต: Dek-D







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น